ไปที่ Shopee เพื่อดูรายละเอียดและสั่งซื้อ · ลิงก์พันธมิตรของเว็บไซต์
การปลูกข้าวโพดสามารถทำได้ไม่ยาก และมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามวัตถุประสงค์ เช่น ข้าวโพดหวานสำหรับบริโภคสด, ข้าวโพดข้าวเหนียวสำหรับทำอาหารคาวหวาน, และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ 1. การเตรียมดิน ไถพรวน: ควรไถพรวนดินเพื่อย่อยดินและกำจัดวัชพืช จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ปรับปรุงดิน: ผสมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกลงในดิน เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและความอุดมสมบูรณ์ ยกร่อง: หากต้องการปลูกเป็นแปลงใหญ่ ควรยกร่องเพื่อช่วยในการระบายน้ำ 2. การปลูก ช่วงเวลา: ข้าวโพดสามารถปลูกได้หลายช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพพื้นที่ ต้นฤดูฝน: ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ปลายฤดูฝน: ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ฤดูแล้ง: ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม (ต้องมีการให้น้ำสม่ำเสมอ) หยอดเมล็ด: หยอดเมล็ดลงในหลุมที่เตรียมไว้ หลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วกลบดินหนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร ถอนแยก: เมื่อต้นข้าวโพดมีอายุประมาณ 15 วัน ควรเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุดไว้หลุมละ 1 ต้น เพื่อให้เจริญเติบโตได้เต็มที่ 3. การให้น้ำ หลังปลูก: ให้น้ำทันทีหลังหยอดเมล็ดและหลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง ช่วงเจริญเติบโต: รดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ช่วงออกดอกและติดฝัก: เป็นช่วงที่ข้าวโพดต้องการน้ำมาก หากขาดน้ำในช่วงนี้จะส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก ข้อควรระวัง: ไม่ควรให้น้ำท่วมขังเกิน 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้รากเน่าและต้นชะงักการเจริญเติบโต 4. การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยรองพื้น: ก่อนปลูก ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ (เช่น 15-15-15) เพื่อบำรุงดิน ปุ๋ยบำรุง: ช่วงเร่งต้น (15-30 วัน): เน้นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง ช่วงขยายฝัก (ก่อนออกไหม-ออกดอก): ควรใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง เพื่อช่วยให้ฝักสมบูรณ์ 5. การดูแลรักษา กำจัดวัชพืช: กำจัดวัชพืชในช่วงที่ข้าวโพดยังมีขนาดเล็ก และเมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 20 วัน ป้องกันโรค: ระวังโรคที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง ซึ่งควรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ต้านทานโรคและทำความสะอาดแปลงปลูก 6. การเก็บเกี่ยว ข้าวโพดหวาน: เก็บเกี่ยวเมื่อฝักมีขนาดใหญ่และเมล็ดเต็ม (ประมาณ 60-70 วัน) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: เก็บเกี่ยวเมื่อเมล็ดแก่เต็มที่และใบเริ่มแห้ง
สั่งซื้อที่ Shopee