เลือกตัวเลือกสินค้า · เปรียบเทียบราคาได้
ไปที่ Shopee เพื่อดูรายละเอียดและสั่งซื้อ · ลิงก์พันธมิตรของเว็บไซต์
เมล็ดพันธุ์ฮอลแลนด์#เปอเซ็นการงอก95 เปอเซ็น 6g 250-300 เมล็ด/ซอง 12g 550-600 เมล็ด/ซอง เมล็ดพันธุ์มะละกอ ฮอลแลนด์ (สายพันธุ์แท้) "เนื้อแน่น หวานฉ่ำ กลิ่นหอม เป็นเอกลักษณ์" เติมความสดชื่นด้วยมะละกอฮอลแลนด์คุณภาพสูง ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 สำหรับการทานสด! คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ทำไมต้อง "มะละกอฮอลแลนด์"? รสชาติหวานอร่อย: มีระดับความหวานที่พอดี เนื้อสีส้มสวย กลิ่นหอมชวนทาน เนื้อแน่น ไม่เละง่าย: เนื้อสัมผัสมีความแน่น แม้จะสุกเต็มที่ก็ยังคงคุณภาพของเนื้อได้ดี เมล็ดพันธุ์แท้ 100%: มั่นใจได้ในคุณภาพ อัตราการงอกสูง เติบโตแข็งแรง ให้ผลผลิตดกสม่ำเสมอ เป็นที่ต้องการของตลาด: เป็นสายพันธุ์ที่ร้านผลไม้และผู้บริโภคทั่วไปต้องการมากที่สุด ปลูกเพื่อจำหน่ายได้ราคาดี เหมาะสำหรับ: ผู้ที่รักการปลูกผลไม้ทานเองในบ้าน หรือเกษตรกรที่ต้องการปลูกเพื่อจำหน่าย เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ดูแลง่ายและให้ผลผลิตคุ้มค่า วิธีดูแลมะละกอฮอลแลนด์ มะละกอฮอลแลนด์เป็นพืช ที่ปลูกง่ายโตเร็ว ไม่ค่อยมีศัตรูรบกวนมากนัก ระยะแรกของการปลูก จะเจริญเติบโตดี ให้รดน้ำทุกวันอย่าให้ขาดน้ำ ต้องระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ขังแฉะ เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่มีความทนทาน ต่อการถูกน้ำท่วม ถ้ามีน้ำท่วมโคนต้น เพียง 1-2 วัน จะชะงักการเจริญเติบโต และอาจตายได้ แต่จะขาดน้ำก็ไม่ได้ พื้นที่จะปลูกควรเป็นที่น้ำท่วมไม่ถึง และควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำยิ่งดี การเก็บเกี่ยวผลผลิตมะละกอฮอลแลนด์ การเก็บเกี่ยวมะละกอฮอลแลนด์ มีอายุประมาณ 7-8 เดือน หลังปลูกลงแปลง สังเกตุผลสุกเต็มที่ ผิวจะมีสีเหลืองเกือบเต็มผล จะมีสีเขียวปน บ้างเล็กน้อย เนื้อผลนิ่ม เมื่อใช้มือกดจะยุบตัวลง ข้อควรระวังอย่าให้ผลหล่น เพราะจะช้ำเสียหายได้ แล้วนำมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ เคล็ดลับการดูแลพิเศษ: มะละกอฮอลแลนด์ ให้หวานดกและเนื้อแน่น มะละกอฮอลแลนด์เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการการดูแลที่ใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานครับ 1. การจัดการน้ำ (หัวใจสำคัญของความหวาน) อย่าปล่อยให้ขาดน้ำ: ในช่วงที่ต้นกำลังติดผล หากขาดน้ำจะทำให้ผลมีขนาดเล็กและรสชาติไม่หวานเท่าที่ควร ห้ามน้ำท่วมขัง: แม้จะชอบน้ำแต่ "เกลียดน้ำขัง" หากดินระบายน้ำไม่ดี รากจะเน่าได้ง่าย ควรทำร่องระบายน้ำรอบโคนต้นเสมอ 2. การใส่ปุ๋ยเพื่อคุณภาพผล สูตรปุ๋ย: เมื่อต้นเริ่มติดผล ควรให้ปุ๋ยที่มี "โพแทสเซียม (K)" สูง เพื่อช่วยเพิ่มความหวานและทำให้เนื้อผลแน่น ปุ๋ยอินทรีย์: เสริมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 1-2 เดือน เพื่อให้ดินร่วนซุยและมีธาตุอาหารครบถ้วน 3. การตัดแต่งกิ่งและคัดผล คัดผล: หากต้นติดผลดกเกินไป ให้คัดผลที่บิดเบี้ยวหรือเป็นโรคออกบ้าง เพื่อให้สารอาหารไปเลี้ยงผลที่สมบูรณ์ให้มีขนาดใหญ่และคุณภาพดี ตัดใบแก่: หมั่นตัดใบแก่ที่อยู่ล่างสุดออก เพื่อช่วยลดการสะสมของโรคและแมลง และช่วยให้แสงแดดส่องถึงโคนต้นได้มากขึ้น 4. การป้องกันโรคที่พบบ่อย โรคใบด่างจุดวงแหวน: เป็นศัตรูตัวฉกาจของมะละกอฮอลแลนด์
สั่งซื้อที่ Shopee